สาระสำคัญ

  • ใช้ลำโพงขยายเสียงที่ดังออกนอกร้าน → ต้องมี ใบอนุญาตเครื่องขยายเสียง
  • จัดตลาดนัดหรืออีเวนต์ → ต้องขอ หนังสือแจ้งการชุมนุมหรือจัดงาน + เช็กเรื่องเสียงและไฟ
  • ใบพวกนี้ออกเร็ว ราคาถูก แต่ถ้าไม่มีอาจโดนปรับหรือถูกร้องเรียนได้

ใบที่คนมักลืม แต่โดนปรับบ่อยที่สุด

เจ้าของร้านส่วนใหญ่รู้ว่าต้องมีใบอนุญาตจำหน่ายอาหาร แต่มักไม่รู้ว่ากิจกรรมอื่นในร้านก็ต้องมีใบของตัวเองด้วย

ที่โดนปรับบ่อยที่สุด คือ เรื่องเสียง และ การจัดกิจกรรมพิเศษ โดยไม่ขออนุญาต บทความนี้รวมไว้ให้ครบ


ใบอนุญาตเครื่องขยายเสียง

เมื่อไหร่ต้องขอ?

ต้องขอใบอนุญาตเครื่องขยายเสียง เมื่อ:

  • มีลำโพงหรืออุปกรณ์ขยายเสียง ที่ดังออกนอกอาคาร หรือส่งผลต่อคนอื่น
  • มีดนตรีสด, DJ, หรือไมค์ร้องเพลง
  • ประกาศขาย หรือใช้เสียงเพื่อการค้าในที่สาธารณะ

ลำโพงขนาดเล็กที่เปิดเบาๆ ในร้านโดยไม่รบกวนใคร — โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องขอ แต่ถ้าดังเกินและมีคนร้องเรียน ก็ต้องมีใบ

ขอที่ไหน ราคาเท่าไหร่?

รายการรายละเอียด
ยื่นที่สำนักงานเขต (กทม.) หรือ เทศบาล/อบต. ในพื้นที่
ค่าธรรมเนียม200–500 บาท/ปี
ระยะเวลา1–3 วันทำการ

เอกสารที่ต้องใช้:

  1. สำเนาบัตรประชาชน
  2. แบบฟอร์มคำขอ (รับที่เขต/เทศบาล)
  3. รายละเอียดอุปกรณ์และสถานที่ใช้งาน

เปิดเพลงในร้านดังแค่ไหนถึงไม่ผิดกฎ?

พระราชบัญญัติควบคุมเสียงรบกวนกำหนดค่ามาตรฐาน แต่ที่สำคัญกว่าคือหลักปฏิบัติทั่วไป:

  • ช่วงเวลา 06:00–22:00 เสียงไม่ควรเกิน 70 เดซิเบล บริเวณขอบเขตอาคาร
  • ช่วง 22:00–06:00 เสียงไม่ควรเกิน 60 เดซิเบล
  • ถ้ามีเพื่อนบ้านหรือผู้พักอาศัยใกล้เคียง ควรระวังเป็นพิเศษ

ถ้าถูกร้องเรียนเรื่องเสียง เจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งปิดทันที ถ้าไม่มีใบอนุญาตก็โดนปรับเพิ่ม


จัดตลาดนัดหรืออีเวนต์ — ต้องขออะไรบ้าง?

อีเวนต์ขนาดเล็กหน้าร้าน

ถ้าจัดกิจกรรมแค่บนพื้นที่ของตัวเอง (ไม่ได้ใช้พื้นที่สาธารณะ) โดยทั่วไปแจ้งสำนักงานเขต/เทศบาลล่วงหน้าก็เพียงพอ

สิ่งที่ต้องเช็ก:

  • เรื่องเสียง — ต้องมีใบอนุญาตเครื่องขยายเสียง
  • เรื่องไฟฟ้า — ถ้าต่อพ่วงไฟชั่วคราว ต้องผ่านมาตรฐานความปลอดภัย
  • เรื่องอาหาร — ถ้ามีร้านค้าอาหารในงาน แต่ละร้านต้องมีใบอนุญาตของตัวเอง

ตลาดนัดขนาดกลาง-ใหญ่

ถ้ามีแผงค้าหลายแผง ใช้พื้นที่มาก หรือมีผู้คนจำนวนมาก:

  • ขอ หนังสืออนุญาตจัดงาน จากเขต/เทศบาล
  • ถ้าใช้พื้นที่ ทางสาธารณะ ต้องขออนุญาตจากหน่วยงานที่ดูแลพื้นที่นั้น (เช่น กรมทางหลวง กทม.)
  • แผงค้าที่ขายอาหารควรแจ้งให้ถูกต้อง

ใบอนุญาตอื่นๆ ที่มักลืม

ชิงโชค/จับรางวัลในร้าน

ถ้าจัดโปรโมชั่นชิงโชคหรือจับรางวัล — ต้องขออนุญาต จากกรมการปกครอง เพราะถือว่าเข้าข่ายพระราชบัญญัติการพนัน แม้จะไม่ได้เก็บค่าเข้าร่วมก็ตาม

ข้อยกเว้น: โปรโมชั่นที่ “ซื้อแล้วได้แน่นอน” (เช่น ซื้อครบรับของแถม) ไม่ต้องขอ แต่ถ้ามีการ “จับสลาก” หรือ “จับฉลาก” ต้องขออนุญาต

ตัดต้นไม้ใหญ่หน้าร้านหรือหน้าบ้าน

ถ้าต้นไม้นั้นอยู่บนพื้นที่สาธารณะ เช่น ริมถนน ต้องแจ้งและขออนุญาตก่อนตัดหรือรื้อ มิฉะนั้นโดนปรับ

ถ้าอยู่บนที่ดินของตัวเองแต่เป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ในบางพื้นที่ (โดยเฉพาะกทม.) ก็อาจต้องแจ้งสำนักงานเขตก่อน

แจ้งฉีดยุงหรือกำจัดศัตรูพืช

ถ้าอยากให้เทศบาลมาช่วยฉีดพ่นยุงลายในร้านหรือตลาด ไม่ต้องขออนุญาต แค่แจ้งขอรับบริการผ่านช่องทางของเทศบาลในพื้นที่ บริการนี้ฟรีในหลายพื้นที่


SN Permit ช่วยได้อย่างไร?

ใบพวกนี้ออกเร็วและราคาไม่แพง แต่ถ้าไม่รู้จะขอที่ไหน หรือไม่มีเวลาไปยื่นเอง — เราช่วยได้ครับ

สิ่งที่เราช่วยได้:

  • เช็กว่ากิจกรรมที่วางแผนต้องขอใบอะไรบ้าง
  • เตรียมและยื่นเอกสาร ใบอนุญาตเครื่องขยายเสียงและใบที่เกี่ยวข้อง
  • ให้คำแนะนำก่อนจัดงาน ว่ามีข้อกำหนดอะไรต้องระวัง

พื้นที่บริการเต็มรูปแบบ: กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ


สรุป

ใบอนุญาตสำหรับกิจกรรมในร้านหรืองานอีเวนต์มักถูกมองข้าม ทั้งที่จริงๆ ของ่าย ราคาถูก และออกเร็ว ปัญหาส่วนใหญ่มาจากการ “ไม่รู้ว่าต้องขอ” มากกว่า “ขอยาก”

เช็กก่อนจัดงาน — ดีกว่าถูกร้องเรียนหรือโดนปรับระหว่างงาน


โทษถ้าทำกิจกรรมโดยไม่มีใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง

กิจกรรมโทษกฎหมาย
ใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ขอปรับไม่เกิน 2,000–10,000 บาทพ.ร.บ. เครื่องขยายเสียง 2493 / พ.ร.บ. รักษาความสะอาด 2535
จัดชิงโชคโดยไม่ขออนุญาตจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาทพ.ร.บ. การพนัน 2478
ค้าของเก่าโดยไม่มีใบจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาทพ.ร.บ. ค้าของเก่า 2474
จัดตลาดนัดโดยไม่ขอปรับไม่เกิน 10,000–20,000 บาทพ.ร.บ. สาธารณสุข / รักษาความสะอาด

ไม่แน่ใจว่ากิจกรรมของคุณต้องขอใบอะไรบ้าง ทักมาถามได้เลย — ปรึกษาฟรี


บทความที่เกี่ยวข้อง